ผู้บริโภคอังกฤษชะลอใช้จ่าย หนีคลื่นความร้อน ฉุดยอดค้าปลีกโตเพียง 1.3%
สมาคมผู้ค้าปลีกแห่งอังกฤษ (BRC) เปิดเผยข้อมูลในวันนี้ (11 ส.ค.) ว่า ผู้บริโภคอังกฤษลดการออกไปจับจ่ายในช่วงที่เกิดคลื่นความร้อนในเดือนก.ค. ส่งผลให้ยอดค้าปลีกชะลอการขยายตัว โดยผู้บริโภคหันไปเน้นสินค้าราคาไม่สูงและลดการใช้จ่ายในด้านอื่น ๆ
BRC ระบุว่า ยอดค้าปลีกเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 1.3% เมื่อเทียบรายปี ชะลอลงจาก 2.6% ในปีก่อน และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยการเติบโตในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา
ยอดขายสินค้าประเภทอาหารได้แรงหนุนจากกระแสฟุตบอลโลก ขณะที่เสื้อผ้าราคาย่อมเยา สินค้าความงาม และเครื่องประดับแฟชั่นยังคงมีความต้องการต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยอดขายสินค้าที่ไม่ใช่อาหารลดลง 0.7% ถือเป็นการหดตัวครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเม.ย. หลังผู้บริโภคชะลอการซื้อสินค้าราคาสูง เช่น เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า
ยอดค้าปลีกที่ชะลอตัวลงเริ่มสร้างความกังวลต่อแนวโน้มการบริโภค หลังในช่วงก่อนหน้านี้มีสัญญาณว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคกำลังฟื้นตัว โดยได้แรงหนุนจากเงินเฟ้อที่ชะลอลง กระแสฟุตบอล และสภาพอากาศที่ดี
ซาราห์ แบรดเบอรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสถาบันการจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค (IGD) กล่าวว่า แม้ผู้บริโภคมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี แต่ครัวเรือนจำนวนมากยังคุมเข้มการใช้จ่าย ทำให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับราคาที่คุ้มค่ามากขึ้น
ขณะเดียวกัน สงครามอิหร่านและสภาพอากาศร้อนจัดเพิ่มความเสี่ยงที่ต้นทุนอาหารจะปรับตัวสูงขึ้น และกดดันงบประมาณของครัวเรือนในช่วงฤดูใบไม้ร่วง
นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าเศรษฐกิจอังกฤษจะขยายตัว 0.4% ในไตรมาส 2 โดยปัจจัยชั่วคราวที่ช่วยหนุนการบริโภคจะสะท้อนในตัวเลขเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมเศรษฐกิจยังเปราะบางจากตลาดแรงงานที่ซบเซา ครัวเรือนต้องนำเงินออมมาใช้รับมือค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และแรงกดดันด้านราคาที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากสงครามอิหร่าน
ทั้งนี้ ประเด็นค่าครองชีพถือเป็นหนึ่งในวาระสำคัญของนายกรัฐมนตรีแอนดี เบิร์นแฮม โดยรัฐบาลเตรียมเดินสายทั่วประเทศเพื่อผลักดันมาตรการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งรวมถึงดำเนินการกับบริษัทที่ทำให้ลูกค้ายกเลิกค่าสมาชิกได้ยาก ควบคู่กับมาตรการจำกัดค่าโดยสารรถบัสและช่วยเหลือค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กัลยาณี ชีวะพานิช