เจาะเบื้องหลังอาณาจักร'ห่าว เติ้ง'ทุนจีนเทา ยืมมือสาวเอ็นฯ กว้านซื้อบ้านหรูมูลค่า 1.2 พันล้าน
- หน้าหลัก
- อาชญากรรม
- เรื่องพิเศษอาชญากรรม
เจาะเบื้องหลังอาณาจักร'ห่าว เติ้ง'ทุนจีนเทา ยืมมือสาวเอ็นฯ กว้านซื้อบ้านหรูมูลค่า 1.2 พันล้าน
เผยแพร่: 24 ก.ค. 2569 22:11 ปรับปรุง: 24 ก.ค. 2569 22:11 โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม
MGR Online - เจาะเบื้องหลังอาณาจักร 'ห่าว เติ้ง' ชำแหละโมเดลนอมินี 'ยืมมือสาวเอ็นฯ' ซื้อบ้านหรู 33 หลัง มูลค่ากว่า 1,200 ล้านบาท
"ฝันร้ายของคนรวย"เมื่อบ้านหรูราคาระดับสิบล้าน ไม่ใช่พื้นที่แห่งความสงบสุขอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทลายเครือข่ายทุนจีนสีเทาข้ามชาติ ที่ใช้นอมินีไทยกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ใจกลางกรุง มูลค่ามหาศาลกว่า 1,275 ล้านบาท
จากเสียงรบกวนในหมู่บ้านหรู สู่ชนวนกวาดล้างนอมินีทุนจีนสีเทาข้ามชาติ
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นจากความเดือดร้อนของลูกบ้านในโครงการหรูย่านพัฒนาการและกรุงเทพกรีฑา ที่ต้องทนทุกข์กับพฤติกรรมของเพื่อนบ้านชาวจีนที่เข้ามาปาร์ตี้ส่งเสียงดัง สร้างความเดือดร้อนรำคาญใจจนบรรยากาศสังคมสงบสุขที่เคยซื้อไว้ด้วยเงินหลักสิบล้านต้องพังทลายลง บางครอบครัวถึงขั้นทนไม่ไหว ต้องยอมติดป้ายขายบ้านหนี
ทว่า... ความเดือดร้อนนี้ไม่ได้จบลงแค่การร้องเรียนเรื่องเสียงดังเมื่อชาวบ้านตัดสินใจยื่นเรื่องร้องเรียนไปยัง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก่อนจะมีการประสานงานร่วมกับ ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจเข้าสืบสวนลงลึก จนกระทั่งพบว่าบ้านหรูมูลค่าหลังละ 30-40 ล้านบาท รวม 33 หลัง ใน 3 โครงการดัง ถูกถือครองผ่านชื่อของ น.ส.ปิยนุช อดีตสาวเอ็นเตอร์เทน และ นางสาคร ผู้เป็นมารดา
โดยกลไกที่กลุ่มทุนนี้ใช้คือ...ดึง "สำนักงานทนายความและบริษัทรับทำบัญชี" เข้ามาร่วมจัดตั้งบริษัทอำพรางหรือนอมินีถึง 33 บริษัท เพื่อกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว โดยมีนายทุนตัวจริงเบื้องหลังคือ "นายห่าว เติ้ง" นักธุรกิจชาวจีน แฟนหนุ่มของ น.ส.ปิยนุช ที่คบหากันมานานกว่า 5 ปี
นายห่าว เติ้ง อาศัยช่องว่างทางกฎหมายไทย มองเห็นโอกาสในการสร้างอาณาจักรเพื่อรองรับชาวจีนด้วยกัน โดยมีเป้าหมายลูกค้าหลากหลายกลุ่มเช่น...
-กลุ่มพำนักยาว ใช้ช่องทาง วีซ่านักศึกษาเข้ามาอยู่อาศัย
-กลุ่มระยะสั้น เช่าชั่วคราวเพื่อรอคลอดลูกในประเทศไทย
-กลุ่มปล่อยเช่า สร้างเครือข่ายอสังหาฯ ให้คนจีนเช่ากันเองแบบครบวงจร
เมื่อพยานหลักฐานชี้ชัด เจ้าหน้าที่จึงเปิดปฏิบัติการปูพรมเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 20 จุด ใน 5 หมู่บ้านหรู ผลการตรวจค้นสามารถยึดของกลางได้จำนวนมาก อาทิโฉนดที่ดิน,สัญญาซื้อขายบ้าน,หนังสือเดินทาง,ตราประทับบริษัท,งบการเงินและเงินสดอีกกว่า 1,400,000 บาท
ที่น่าตกใจคือยึด"เอกสารการโอนลอยหุ้น" มากถึง 30 ชุด ที่เซ็นยินยอมทิ้งไว้ล่วงหน้า
นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่เผยให้เห็นโครงสร้างการจัดตั้งนอมินีอย่างเป็นโครงข่าย จึงขอหมายจับผู้เกี่ยวข้องจำนวน 21 ราย มีทั้งชาวจีนและชาวไทย
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า นายห่าว เติ้ง ได้ไหวตัวทันและหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว ส่วน น.ส.ปิยนุช ได้หนีไปทำงานร้านเบเกอรี่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีในข้อหาตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน พร้อมทั้งเตรียมส่งรายงานผลการสืบสวนสอบสวนไปยัง "กรมที่ดิน" เพื่อดำเนินการจำหน่ายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด ออกจากระบบตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
ถือเป็นการปิดฉากอีกหนึ่งมหากาพย์ "ทุนจีนสีเทา" ที่ใช้นอมินีไทยฝังตัวยึดอสังหาฯ กลางเมืองหลวงอย่างแยบยล!