Cover Image

ภาคใต้-สงขลา เผชิญหมอกควันข้ามแดน หลังอินโดฯ พบจุดความร้อน 1.2 หมื่นจุด

ศกพ. เฝ้าระวังหมอกควันอินโดนีเซียพัดเข้าไทย หลังค่าฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ภาคใต้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชี้พื้นที่ชายแดนใต้มีแนวโน้มอัตราการระบายอากาศต่ำ เอื้อต่อการสะสมของฝุ่นละออง เตือนประชาชนกลุ่มเสี่ยงควรสังเกตอาการผิดปกติ หากมีอาการผิดปกติให้รีบปรึกษาแพทย์

รายงานข่าวจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 16 กรมควบคุมมลพิษ เมื่อเวลา 15.00 น. ค่าฝุ่นละออง PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงในพื้นที่ภาคใต้ ณ มีค่าอยู่ระหว่าง 12.8-18.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่มีแนวโน้มฝุ่นละอองสูงขึ้น พื้นที่จังหวัดสงขลามีค่าฝุ่นละออง PM2.5 รายชั่วโมง ณ เวลา 15.00 น. สูงถึง 47.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

สาเหตุค่าฝุ่น PM2.5 ในช่วงนี้เพิ่มขึ้น พบว่าข้อมูลจุดความร้อนจาก GISTDA ณ วันที่ 15 กันยายน 2569 ไม่พบจุดความร้อนเกิดขึ้นในประเทศไทย ในขณะที่ประเทศอินโดนีเซีย 12,241 จุด ประกอบกับพื้นที่ชายแดนใต้มีแนวโน้มอัตราการระบายอากาศต่ำ ซึ่งอาจเอื้อต่อการสะสมของฝุ่นละออง จึงเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ หากมีกลุ่มควันจากอินโดนีเซียเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทิศทางลมพัดพาหมอกควันมายังภาคใต้ของไทย

นอกจากนี้ในพื้นที่ภาคใต้มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง จึงพบค่าความชื้นสัมพัทธ์สูงมาก (มากกว่าร้อยละ 90) จึงอาจทำให้ท้องฟ้ามัวและสามารถสังเกตเห็นหมอกควันและหมอกจากไอน้ำได้ด้วยตาเปล่า รวมทั้งอัตราการระบายอากาศที่ต่ำและลมค่อนข้างนิ่ง ทำให้หมอกดังกล่าวสามารถคงอยู่ได้เป็นเวลานาน

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นผลการตรวจวัดฝุ่น PM2.5 ของกรมควบคุมมลพิษ เนื่องจากใช้เครื่องมือตรวจวัดที่ได้มาตรฐาน ได้รับการยอมรับและใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วโลก รวมทั้งมีการปรับเทียบมาตรฐานและบำรุงรักษาเครื่องมืออย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้อง น่าเชื่อถือและสามารถเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ได้ในระดับสากล สำหรับการตรวจวัดที่รายงานโดยหน่วยงานหรือเว็บไซต์อื่นใดที่ไม่ได้ดำเนินการโดยเครื่องมือมาตรฐาน เช่น เซนเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศ ซึ่งไม่มีอุปกรณ์กำจัดความชื้นอาจทำให้ผลการตรวจวัดคลาดเคลื่อนโดยมีค่าสูงกว่าความเป็นจริงได้

ขณะที่ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานค่า PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ณ วันที่ 16 กันยายน 2569 เวลา 12.00 น. มีค่าอยู่ในช่วง 11.6-15.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.) อย่างไรก็ตาม พบบางช่วงเวลามีค่าฝุ่นรายชั่วโมงสูงขึ้น และมีค่าความชื้นสัมพัทธ์สูงมาก (มากกว่าร้อยละ 90) อากาศนิ่ง จึงอาจทำให้ท้องฟ้ามัว โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  1. สถานีสนามกีฬากลาง จ.ชุมพร ต.ท่าตะเภา อ.เมือง จ.ชุมพร มีค่า 11.6 มคก./ลบ.ม.
  2. สถานีสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 14 ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี มีค่า 13.9 มคก./ลบ.ม.
  3. สถานีศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงอายุ ต.คลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช มีค่า 13.7 มคก./ลบ.ม.
  4. สถานีสวนสาธารณะธารา ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ มีค่า 11.8 มคก./ลบ.ม.
  5. สถานีศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลภูเก็ต ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต มีค่า 14.2 มคก./ลบ.ม.
  6. สถานีสนามกีฬากลางจังหวัดพัทลุง ต.เขาเจียก อ.เมือง จ.พัทลุง มีค่า 13.9 มคก./ลบ.ม.
  7. สถานีวิทยาลัยสารพัดช่างตรัง ต.นาตาล่วง อ.เมือง จ.ตรัง มีค่า 13.7 มคก./ลบ.ม.
  8. สถานีเทศบาลนครหาดใหญ่ ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีค่า 14.4 มคก./ลบ.ม.
  9. สถานีศาลากลาง จ.สตูล ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล มีค่า 13.7 มคก./ลบ.ม.
  10. สถานีศูนย์ป่าไม้จังหวัดปัตตานี ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี มีค่า 15.4 มคก./ลบ.ม.
  11. สถานีสนามโรงพิธีช้างเผือก ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา มีค่า 15.4 มคก./ลบ.ม.
  12. สถานีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองเบตง ต.เบตง อ.เบตง จ.ยะลา มีค่า 15.2 มคก./ลบ.ม.
  13. สถานีศาลากลางจังหวัดนราธิวาส ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส มีค่า 15.5 มคก./ลบ.ม.

ขณะที่ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบฝนตกในหลายพื้นที่ของภาคใต้ อย่างไรก็ตาม การประเมินทิศทางลมพบว่า กระแสลมยังพัดจากทิศใต้ขึ้นสู่ทิศเหนือเข้าสู่ภาคใต้ของประเทศไทย และแบบจำลองการเคลื่อนที่ของมวลอากาศบ่งชี้ว่ามีความเป็นไปได้ที่มวลอากาศและกลุ่มควันจากพื้นที่ตอนใต้จะเคลื่อนเข้ามายังพื้นที่ตอนใต้ประเทศไทยบริเวณประชิดชายแดน

ศกพ. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานงานกับสำนักเลขาธิการอาเซียนอย่างใกล้ชิดเพื่อขอความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านในการลดจุดความร้อนและลดผลกระทบต่อประชาชนต่อไป

Back To Top